Princess Crown ยูเว่เล็งจ่ายฉีกสัญญา30ล.ยูโรฉกเอ็นซองซี่

Princess Crown

สื่อกระพือข่าว ยูเวนตุส เตรียมจ่ายค่าฉีกสัญญา 30 ล้านยูโร ดึงตัว สตีเว่น เอ็นซองซี่ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เซบีย่า โดย “เบียงโคเนรี่” จะแบ่งจ่ายสองงวด งวดละ 15 ล้านยูโร ในเดือนมกราคม และตอนจบซีซั่น

Princess Crown “คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต” และ “ตุ๊ตโต้สปอร์ต” 2 สื่อชื่อดังของอิตาลี รายงานข่าวว่า ทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พร้อมจ่ายค่าฉีกสัญญาสูงถึง 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,170 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว สตีเว่น เอ็นซองซี่ กองกลางตัวรับของ เซบีย่า ทีมดังจากเวทีลา ลีกา สเปน มาร่วมทัพ

สื่อแดนมะกะโรนี ระบุว่า ทัพ “เบียงโคเนรี่” จะแบ่งจ่ายค่าตัว กองกลางชาวฝรั่งเศส วัย 28 ปี ออกเป็น 2 งวด งวดละ 15 ล้านยูโร (ราว 585 ล้านบาท) โดยงวดแรกจะเดือนมกราคมนี้ และอีกงวดจะจ่ายตอนจบฤดูกาล

เอ็นซองซี่ ยังเหลือสัญญญาในถิ่น ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน ถึงเดือนมิถุนายนปี 2019 โดยเขาเคยค้าแข้งกับ อาเมียงส์, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ สโต๊ค ซิตี้ ก่อนจะย้ายมาเล่นให้ เซบีย่า เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2015

Princess Crown สื่อดังเปิดโผ 11 แข้งยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกวีก 4

Princess Crown

“บีบีซี สปอร์ต” สำนักข่าวชื่อก้องของอังกฤษ ได้คัดเลือก 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ที่ 4 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาให้ติดตามกัน จะมีใครฟอร์มเจ๋งติดโผบ้าง…

1. ผู้รักษาประตู : สตีฟ ม็องด็องด้า (คริสตัล พาเลซ)

Princess Crown นายด่านคนใหม่ของ “ปราสาทเรือนแก้ว” ทำผลงานได้ดีในเกมบุกไปเยือนถิ่น ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ของ มิดเดิลสโบรช์

จอมหนึบวัย 31 ปี โชว์ซูเปอร์เซฟสองจังหวะเน้นๆ จากลูกยิงของ อัลบาโร่ เนเกรโด้ ส่งผลให้ทีมเก็บสามแต้มกลับบ้านได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-1

ม็องด็องด้า เป็นผู้เล่นหน้าใหม่คนแรกที่มีส่วนพาทีมเก็บชัยชนะเกมเยือนได้สำเร็จ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2015 เป็นต้นมา

2. แบ๊กขวา : ไคล์ วอร์คเกอร์ (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ประตู 3-0 ที่ทาง “คลับไก่” ทำได้นั้น แบ๊กขวาจอมลุยคนนี้วิ่งสปีดตั้งแต่แดนตัวเอง รับบอลต่อจาก เอริก ลาเมล่า ก่อนตบเข้าในเขตโทษให้ เดเล่ อัลลี แปเข้าประตูแบบง่ายดาย

วอร์คเกอร์ ยังช่วยทีมป้องกันจังหวะอันตรายจากการคุกคามของทาง สโต๊ค ได้หลายครั้ง และทำให้ สเปอร์ส บุกไปชนะได้ถึงรัง บริทานเนีย สเตเดี้ยม 4-0

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเป็นผู้เล่นคนเดียวในเกมนี้ที่ทำความเร็วได้สูงที่สุดอีกด้วย (34.93 กม./ชม.)

3. เซนเตอร์ฮาล์ฟ : โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ (อาร์เซนอล)

นอกจากจะช่วยปัดป้องเกมรุกของ เซาธ์แฮมป์ตัน แล้ว แนวรับเลือดเฟร้นช์ ยังเป็นคนทำประตูเปิดหัวได้ในเกมนี้ แถมเป็นลูกยิงที่สวยสดงดงามเสียเหลือเกิน ซึ่งทำให้ อาร์เซนอล ก็เก็บสามแต้มแรกในบ้านเหนือ นักบุญแดนใต้ ได้สำเร็จ 2-1

กอสซิแอลนี่ เป็นผู้เล่นคนที่ 5 ของ ทัพปืนโต ที่ทำประตูได้ในวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง ต่อจาก พอล เมอร์สัน, โรแบร์ ปิแรส, ยอสซี่ เบนายูน และ ซานติ กาซอร์ล่า

4. เซนเตอร์ฮาล์ฟ : จอห์น สโตนส์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

สไตล์การเล่นของ สโตนส์ เป็นสิ่งที่ เป๊ป ชื่นชอบอย่างมาก เพราะแนวรับรูปร่างสูงโปร่งรายนี้ มีทักษะการเล่นบอลภาคพื้นดี แถมลูกกลางอากาสก็ทำได้เยี่ยม ซึ่งมีการนำไปเปรียบเทียบกับ เคราร์ด ปิเก้ ของบาร์เซโลน่า เลยทีเดียว

การมาเป็นลูกน้องของนายใหญ่ชาวสแปนิช น่าจะทำให้พัฒนาการของ สโตนส์ ไปได้ไกล ซึ่งจะส่งผลดีต่อต้นสังกัด และทีมชาติอังกฤษ ในภายภาคหน้าด้วย

ซึ่งในเกมบุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ในศึกผ่าเมืองแมนเชสเตอร์นั้น สโตนส์ เคลียร์บอลได้ถึง 12 ครั้ง มากที่สุดในเกมนี้ด้วย

5. แบ๊กซ้าย : โฆเซ่ โฮเลบาส (วัตฟอร์ด)

แบ๊กซ้ายจอมเก๋าวัย 32 ปี มีชื่อเป็นผู้ทำประตูปิดท้ายในเกมบุกถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถึงบ้าน 4-2 หลังจากที่โดนนำไปก่อนถึง 2-0

นอกจากทำประตูได้ โฮเลบาส ยังชนะการดวลลูกกลางอากาศได้ทั้งหมด 4 ครั้งด้วย

6. กองกลาง : อดัม ลัลลาน่า (ลิเวอร์พูล)

มิดฟิลด์เคราดก ทำผลงานได้ดีต่อเนื่องทั้งนามทีมชาติ และสโมสร…

นอกจากจะทำประตูแรกในนามทีมชาติอังกฤษ ในเกมบุกเฉือนชนะ สโลวาเกีย ได้แล้ว ลัลลาน่า ยังยิง 1 ประตูสุดสวยในเกมถล่มแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ 4-1 และเป็นประตูที่ 2 จาก 4 นัดของเจ้าตัว

ในเกมดังกล่าว อดัม เป็นนักเตะที่วิ่งมากที่สุดในสนาม ซอยเท้ายิกๆไปถึง 13.1 กิโลเมตร โดยทำลายสถิติเดิมของตัวเอง ที่ทำไว้ในเกมส์เยือน สเปอร์ส ลงอย่างราบคาบ (12.5 กม.)

แถม ลัลลาน่า ยังเป็นแข้งที่ผ่านบอลมากสุดเป็นอันดับสองในเกมนี้ (63 ครั้ง) โดยมี ลูคัส เลว่า ที่ทำได้มากกว่าเจ้าตัวที่ 72 ครั้ง

7. กองกลาง : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

โชเซ่ มูรินโญ่ โดนฤทธิ์เดชของลูกน้องเก่าอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ เล่นงานเสียแล้วในเกมบิ๊กแม็ตช์เมืองแมนเชสเตอร์

ตัวรุกแก้มแดง เป็นคนยิงเปิดหัวให้ “เรือรบสีฟ้า” ขึ้นนำไปก่อนในเกมนั้น ก่อนที่จะมีส่วนกับประตูสองที่ทาง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ยิงโล่งๆเข้าไปด้วย

ถึงตอนนี้ เดอ บรอยน์ ทำได้ 32 ประตู จากการลงเล่นให้ แมนฯซิตี้ 46 เกมรวมทุกรายการเข้าไปแล้ว

8. กองกลาง : ซอน เฮือง-มิน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ก่อนหน้านี้ ซอน ขอถอนตัวจากเกมคัดบอลโลกนัดล่าสุดกับ ซีเรีย และบินกลับเกาะอังกฤษทันทีเพื่อจะมาทุ่มเทให้กับการรับใช้สโมสรบ้าง หลังไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก

ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ของดาวยิงวัย 24 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จ เมื่อถูกส่งลงเป็นตัวจริงในเกมบุกกระซวก สโต๊ค 4-0 และเจ้าตัวก็มีชื่อเป็นผู้ทำประตูถึง 2 ลูกด้วยกัน

และเกมดังกล่าว เป็นครั้งแรกที่หัวหอกแดนกิมจิ ทำได้ 2 ประตู แถมเป็นการยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้งในเกมนี้ด้วย

9. กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)

การที่ ลิเวอร์พูล มี ซาดิโอ มาเน่ อยู่ในแนวรุก ทำให้เกมบุกของ หงส์แดง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเล่นงานแนวรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ ซะจนเสียขบวน ซึ่งเกมนี้เจ้าตัวก็ทำได้ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ด้วย

ถึงตอนนี้ เขาคือผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เรียบร้อยแล้ว กับผลงาน 2 ประตู 1 แอสซิสต์ จาก 3 เกมในลีก

10. กองหน้า : ดิเอโก คอสต้า (เชลซี)

ศูนย์จอมโหด กลับคืนฟอร์มอีกครั้งในเกมบุกเสมอ สวอนซี แบบหืดจับ 2-2

คอสต้า กด 2 ตุงในเกมนี้ แต่ไม่เพียงพอที่จะพาทีมเก็บสามแต้มเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันได้

ซึ่งเจ้าตัวดูจะถูกโฉลกกับการเจอทีมหงส์ขาว เมื่อ คอสต้า กดไปแล้ว 7 ประตู จาก 4 เกมที่เจอกันและเป็นการยิงได้ 2 ประตูในฐานะผู้มาเยือนได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2015 และครั้งนั้นก็เป็นการยิงใส่ สวอนซี นี่เอง

11. กองหน้า : โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (ลิเวอร์พูล)

เป็นเกมที่ เจ้าพ่อแฟชั่นชาวบราซิเลียน เล่นได้อย่างไหลลื่น แม้จะไร้คู่ขาร่วมชาติอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่ได้โอกาสพักหลังเพิ่งกลับจากการรับใช้ทีมชาติมา

ฟีร์มิโน่ เคลื่อนที่หาพื้นที่ว่างได้ชาญฉลาด และเกมนี้กดไป 2 ประตู ในเกมเปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่มแชมป์เก่า 4-1

ถึงตอนนี้ ฟีร์มิโน่ เป็นแข้งคนเดียวที่ยิงในเกมลีกมากที่สุด นับตั้งแต่ออกสตาร์ทซีซั่นที่แล้ว (12 ประตู)