Royal Online เจาะลึกฮาเซนฮุตเทิ่ลเป้าหมายปืนแทนเวนเกอร์

Royal Online

“เมโทร” สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี เปิดฉากวิเคราะห์ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล นายใหญ่ไลป์ซิก ที่ตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล ที่หวังจะดึงตัวเข้ามาสืบทอดตำแหน่งผู้จัดการทีมแทน อาร์แซน เวนเกอร์ ที่นับวันจะอายุโรยราเต็มที่ โดยระบุกุนซือชาวออสเตรียคนนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับ “เดอะ กันเนอร์ส”

Royal Online ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล ชื่อนี้หากย้อนไปเมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีใครรู้จักด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้นามของกุนซือชาวออสเตรีย กระเดื่องเลื่องลั่นสนั่นโลก เมื่อเขานำ ไลป์ซิก รั้งตำแหน่งจ่าฝูงศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ในฤดูกาล 2016-17 และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวว่าจะเข้ามาสานงานต่อจาก อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาร์เซน่อล ทีมดังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

จริงๆ แล้วชื่อของเทรนเนอร์วัย 49 ปี ไม่ได้อยู่ในหัวของบรรดาเกจิอาจารย์ลูกหนังเลย เพราะก่อนหน้านี้กระแสข่าวโค้ชที่จะมาแทน เวนเกอร์ มีแค่ชื่อของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ (แอตเลติโก มาดริด) หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (ก่อนย้ายมาคุมแมนเชสเตอร์ ซิตี้) และ เอ็ดดี้ ฮาว (บอร์นมัธ)

อย่างไรก็ตามผลงานของ ฮาเซนฮุตเทิ่ล ทำให้ตอนนี้บรรดาสาวก “ไอ้ปืนใหญ่” ต่างตาลุกวาว เนื่องจากการนำทีมเล็กๆ อย่าง ไลป์ซิก ยึดหัวหาดลีกแข็งแกร่งในเมืองเบียร์ถือว่าไม่ธรรมดา และหากมีการแต่งตั้ง ฮาเซนฮุตเทิ่ล จริงๆ แฟนบอลอาร์เซน่อล น่าจะได้รู้ประวัติคร่าวๆ ของโค้ชนามอุโฆษรายนี้

– เขาเป็นนักเตะเก่งไหม ?

แน่นอนว่า ฮาเซนฮุตเทิ่ล มีประวัติการค้าแข้งเหนือกว่า เวนเกอร์ หลายเท่า โดยเขาผ่านการติดทีมชาติออสเตรียมาแล้ว 8 ครั้ง และยิงได้ 3 ประตูซะด้วย อดีตหน้าเป้าร่างยักษ์ ประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับออสเตรีย เวียนน่า กับ ออสเตรีย ซัลซ์บวร์ก ก่อนที่จะย้ายไปค้าแข้งในลีกเบลเยียม

นอกจากนี้ ฮาเซนฮุตเทิ่ล มีโอกาสได้ค้าแข้งกับเอฟเซ โคโลญจน์ แต่มีหลายๆ อย่างที่ไม่ค่อยเข้าทาง และสุดท้ายเจ้าตัวจบอาชีพนักเตะด้วยการเล่นให้กับทีมสำรองของ บาเยิร์น มิวนิค

– เขาเคยคุมทีมมาก่อนไหม ?

ช่วงเริ่มต้นอาชีพเทรนเนอร์นั้น โค้ชเลือดออสเตรีย ทำหน้าที่คุมทีมเยาวชนของอุนเตอร์ฮัคกิ้ง ซึ่งที่นี่เขามีโอกาสได้ทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ และผู้ช่วยโค้ช ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนายใหญ่ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามช่วงต้นอาชีพดูไม่โสภาสถาพรเพราะโดนไล่ออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2007 เนื่องจากไม่สามารถนำทีมติดอันดับ 4 ในลีกา 3 (ดิวิชั่น 3 ในวงการฟุตบอลเยอรมัน)

หนึ่งปีหลังจากนั้น ฮาเซนฮุตเทิ่ล กลับมากุมบังเหียนให้กับเฟาเอฟอาร์ อาเลน ซึ่งมีเพียง 1 แต้มอยู่เหนือโซนตกชั้นตอนที่เขาเข้ามาคุมทีม สุดท้ายด้วยมันสมองระดับขงเบ้งเขาช่วยให้ทีมยังคงอยู่ในลีกา 3 และในฤดูกาลต่อมา ฮาเซนฮุตเทิ่ล ก็นำทีมเลื่อนชั้นไปอยู่ในบุนเดสลีกา 2 จากนั้นในซีซั่นถัดพวกเขาจบอันดับ 9

หลังจากลาออกจาก อาเลน แล้ว ฮาเซนฮุตเทิ่ล ย้ายไปทำงานกับ อิงโกลสตัดท์ โดยในฤดูกาลแรกเขานำทีมพุ่งจากอันดับบ๊วยในบุนเดสลีกา 2 ไปอยู่อันดับ 10 ก่อนจะกระชากทีมขึ้นไปเล่นในบุนเดสลีกาคครั้งแรกในฐานะแชมป์ซีซั่นต่อมา และช่วยทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดเมืองเบียร์ด้วยการจบอันดับ 11 ก่อนย้ายไปทำงานให้ ไลป์ซิก ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2016

– สิ่งที่ช่วยให้เขานำ ไลป์ซิก โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ?

ผลงานที่แสนโดดเด่นในช่วงต้นฤดูกาลนี้เป็นเครื่องการันตีความเก่งฉกาจของ ฮาเซนฮุตเทิ่ล ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเป็นจ่าฝูงแล้ว ไลป์ซิก ยังไม่แพ้ทีมใดเลยในเวลานี้ ที่สำคัญพวกเขาเป็นสโมสรที่ยิ่งประตูได้เยอะที่สุดเทียบเท่ากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งมีแต้มห่าง ไลป์ซิก ถึง 9 คะแนนในเวลานี้

ฮาเซนฮุตเทิ่ล เปิดใจเกี่ยวกับความมุ่งมั่นในการย้ายมาคุมไลป์ซิก ว่า “วันหนึ่งผมอยากเล่นเพื่อแชมป์ และนำทีมไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก มีไม่กี่ทีมในเยอรมนีที่มีโอกาสได้ลุ้นแชมป์ลีกสูงสุด และบางทีรวมทั้งการชิงชัยฟุตบอลถ้วย นี่คือพัฒนาการที่ยิ่งใหญ่ของที่นี่จริงๆ”

– สไตล์การเล่นของเขาเป็นยังไง ?

ฮาเซนฮุตเทิ่ล เน้นการเล่นเพรสซิ่งสูง และต้องการให้ทีมเล่นเกมรับตั้งแต่แดนหน้า เขาใช้ระบบการเล่น 4-5-1 และ 4-4-2 ในช่วงที่ผ่านมา แน่นอนว่าเขาไม่เคยหวาดหวั่นที่จะเปลี่ยนแปลงแท็คติก เพื่อให้เหมาะสมกับการลงเล่นในแต่ละเกม

ทุกๆ ทีมที่ อดีตดาวเตะทีมชาติออสเตรีย คุมจะมีเกมรับที่เหนียวแน่น, มีความอันตรายในจังหวะการเล่นสวนกลับ ที่สำคัญเขาเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่แค่ 3 คนเท่านั้นในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยทั้งหมดอายุเพียง 21 ปีหรือต่ำกว่านั้น และ ฮาเซนฮุตเทิ่ล สามารถพัฒนาทีมได้อย่างสุดยอดเกินคำบรรยายอย่างแท้จริง