แทงบอล บิ๊กอ๊อดเยี่ยมชมศูนย์ฝึกฟุตบอลเจกรีนซาไกที่โอซาก้า

แทงบอล

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขบอลไทย ชื่นชมศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ เจ กรีน ซาไก อย่างมาก หลังจากได้ไปเยี่ยมชมเป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นศูนย์ที่ดูแลเยาวขนให้เล่นฟุตบอลตามแบบฉบับที่เหมือนกันในแต่ละช่วงอายุ รวมทั้งจะเป็นแลบอย่างที่ดีที่จะทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย นำกลับไปพัฒนาศูนย์ฝึกของเมืองไทย

ตามที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เตรียมไปดูงานที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ เจ กรีน ซาไก ในเมือง โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 26-29 ม.ค.นี้

แทงบอล ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานสมาคมฯ ประกอบไปด้วย พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯฝ่ายพัฒนาเทคนิค และ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ ได้เดินทางมาเยี่ยมชมการบริหารการจัดการของศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ เจ กรีน ซาไก ในเมือง โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมรับความรู้จาก มร. ซูโตะ ชิเกมิตสิ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคเยาวชนของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น

หลังการเยี่ยมชม พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “วันนี้ได้เดินทางมาดู และรับฟังคำบรรยายการบริหารงานศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ เจ กรีน ซาไก ทั้งนี้ทั้งนั้น การบริหารของที่นี่เป็นรูปแบบในการพัฒนาฟุตบอลรากหญ้าตั้งแต่เด็กอายุ 6 ขวบ จนถึงผู้ใหญ่”

“สนาม เจ กรีน ซาไก ได้รับการสนับสนุนจากการเมืองท้องถิ่น และรายได้จากการใช้เป็นอะคาเดมีฝึกสอนฟุตบอล การให้ทีมต่างๆ จากโรงเรียน, บริษัท, สโมสร เก็บตัว หรือใช้สนามแข่งขัน ตรงนี้เป็นเหมือนเวทีที่เปิดให้เยาวชนฝึกหัดกับผู้ฝึกสอนที่มีคุณภาพ มีทิศทางการเล่น การทำทีมแบบเดียวกัน”

“เมื่ออายุสูงขึ้นก็เป็นเวทีสำหรับนักกีฬามีเวทีสำหรับการแสดงออก การบริหารของ เจ กรีน ซาไก เป็นการบริหารแบบกึ่งธุรกิจ กึ่งรัฐบาล เพราะมีนักกีฬาที่เป็นของอะคาเดมี ส่วนหนึ่งต้องจ่ายเงินเอง ส่วนหนึ่งได้ทุนจากอคาเดมีหรือบริษัทเอกชนที่ให้การสนับสนุนนักกีฬารายนั้น เพื่อเข้าสู่การฝึกซ้อมที่เป็นระบบ ประเทศไทยเองก็ถึงเวลาที่ต้องมีศูนย์ฝึกกีฬาเช่นนี้เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬา หรือเด็กที่อยากเล่นฟุตบอล และพร้อมที่จะจ่ายเงินที่เข้าสู่แบบเรียนที่ได้มาตรฐาน ถ้าเรามีศูนย์ฝึกแบบนี้ได้ก็เหมือนการขยายฐานการผลิตนักฟุตบอล และเพิ่มบุคลากรอีกช่องทางหนึ่ง ผมคิดว่าเราควรจะมี เพราะที่ญี่ปุ่นมีถึงสี่ศูนย์ นักกีฬาที่ผ่านศูนย์นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาทีมชาติเสมอไป แต่เป็นนักกีฬาหรือนักฟุตบอลหรือผ่านหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานสากล”

“บิ๊กอ๊อด”ยังบอกอีกว่า “การมาครั้งนี้ไม่ได้เสียเปล่า ได้ประโยชน์มากมาย ทั้งการดูรูปแบบการทำศูนย์ฝึก และได้เยี่ยมชมการแข่งขันทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ที่สามารถเอาชนะได้ในเกมสุดท้าย 1-0 และก็มีหลายอย่างที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะแนวความคิด เราต้องหาสถานที่และหาการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการสร้างศูนย์ฝึกเช่นนี้ รายได้หรือเงินบริหารของ เจ กรีน ซาไก นั้นไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเลย เป็นเงินสนับสนุนจากส่วนท้องถิ่น ที่ไหนก็แล้วแต่ในประเทศไทย ที่เราวางแผนจะไปสร้างศูนย์ฝึก จะต้องมีผู้สนับสนุนในท้องถิ่น รายได้ส่วนหนึ่งก็จะมาจากผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกเข้ามาสู่การฝึกฟุตบอลที่เป็นระบบและได้มาตรฐาน มีเบ้าหลอมที่เป็นที่ยอมรับ จากโค้ชที่มีความสามารถและสร้างนักกีฬาที่ดีในอนาคต”