จีคลับ 5เหตุผลที่มูจะโยกคุมเปแอสเช

จีคลับ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เจอข่าวไม่ดีเท่าไหร่ในช่วงนี้ หลังจากที่มีรายงานว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนดังเริ่มไม่มีความสุขกับการทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แล้ว

จีคลับ ข่าวดังกล่าวทำให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หูผึ่งทันที หลังจากเคยลือกันว่า “เปแอสเช” สนใจที่จะดึงเขาไปคุมทัพ และไม่นานมานี้ก็มีรายงานว่า จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ของ มูรินโญ่ ได้หารือกับทีมมหาเศรษฐีของเมืองหลวงแดนน้ำหอมเพื่อพูดถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการที่ มูรินโญ่ จะเปลี่ยนงานด้วย

เพื่อเป็นการรับกระแสกับเรื่องดังกล่าว เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี จึงนำเสนอ 5 เหตุผลที่จะทำให้ มูรินโญ่ สนใจที่จะบอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วไปคุม ปารีสฯ มาให้ได้อ่านกัน

1. เปแอสเช มีเงินให้ใช้บานเบอะ
นับตั้งแต่ที่กลุ่มทุนชาวกาตาร์เข้ามาเทคโอเวอร์ทีมเมื่อปี 2012 ปารีสฯ ก็ตามหากุนซือชั้นยอดมาโดยตลอด ถึงแม้พวกเขาจะเคยใช้งาน คาร์โล อันเชลอตติ แต่มันก็ดูเหมือนว่ากุนซือชาวอิตาเลียนจะไม่ใช่คนที่โด่งดังมากพอสำหรับพวกเขา ขณะเดียวกันก็เชื่อกันว่า โลร็องต์ บล็องก์ ไม่เคยเป็นตัวเลือกแรกของพวกเขาด้วย

คนใหญ่คนโตของ ปารีสฯ เชื่อว่า มูรินโญ่ คือคนที่สมบูรณ์แบบในความคิดของพวกเขา และถ้าจะล่อให้เขามาทำงานในฝรั่งเศสแล้วล่ะก็ บอร์ดบริหารของ “เปแอสเช” ก็ต้องให้การสนับสนุนเขากับทุกอย่างที่เขาต้องการสำหรับการพาทีมครองความเป็นใหญ่ในทวีปยุโรป และนั่นรวมถึงเรื่องเงินสำหรับการเสริมทัพด้วย

2. มีนักเตะเก่งๆ เต็มที
ถึงแม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะใช้เงินเสริมทัพถึง 310 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,950 ล้านบาท) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ขุมกำลังของพวกเขาก็ยังดูแข็งแกร่งน้อยกว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยู่ดี

มูรินโญ่ รู้ดีว่าการที่จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นแชมป์นั้น เขาก็ต้องหาซื้อนักเตะเก่งๆ มาร่วมทัพ แต่ถ้าไปทำงานกับ ปารีสฯ เขาก็แทบไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นเลย เพราะที่นั่นมีขุมกำลังที่พร้อมล่าแชมป์ทั้งในระดับประเทศและในระดับทวีปยุโรปอยู่แล้ว สิ่งที่ “เปแอสเช” ต้องการในตอนนี้มีเพียงแท็กติกที่ดีพอที่จะพาทีมรอดจากเกมที่ยากลำบากเท่านั้น

3. เกมรุกที่ดุดัน
ในอังกฤษ มูรินโญ่ ต้องพยายามหาทางไล่ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และต้องพยายามทำให้ทีมมีเกมรุกที่ดีเหมือน “เรือใบสีฟ้า” ด้วย แต่ในทางกลับกัน ในฤดูกาลนี้ ปารีสฯ ทำประตูได้มากกว่าทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ไปแล้ว หลังจากที่พวกเขายิงทั้งในลีกและ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ 56 ลูก ส่วน แมนฯ ซิตี้ ยิงใน 2 รายการดังกล่าวรวมแล้ว 50 ประตู

นอกจากนี้ ถ้าเกิด มูรินโญ่ ได้ไปคุม ปารีสฯ แล้วล่ะก็ เขาก็จะมีแนวรุกที่เฉียบคมมากที่สุดชุดหนึ่งให้ใช้งาน หลังจากที่จะมี เนย์มาร์, เอดินสัน คาวานี่ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เป็นลูกทีม ซึ่งมันคงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าแนวรุกชุดดังกล่าวดูดีกว่าชุดที่ประกอบไปด้วย โรเมลู ลูกากู, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

4. ไม่ถูกบีบให้ต้องใช้แข้งเยาวชนจากอะคาเดมี่ของทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีนโยบายที่หนักแน่นในเรื่องการส่งนักเตะเยาวชนจากอะคาเดมี่ของตัวเองลงเล่นในทีมชุดใหญ่ โดยตลอดช่วง 80 ปีที่ผ่านมามันมีหลายนัดที่จะต้องมีนักเตะจากอะคาเดมี่ของทีมอย่างน้อย 1 คนที่มีชื่ออยู่ในทีมด้วย

แน่นอนว่านั่นถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง แต่บางครั้งความสำเร็จในการพัฒนาเยาวชนมันก็ไม่ตรงกับความต้องการของคนเป็นกุนซือ ในทางกลับกัน ปารีสฯ อยากใช้เงินช็อปพ่อค้าแข้งชั้นยอดจากทั่วทวีปยุโรปมาร่วมทีมมากกว่าการเน้นพัฒนาเยาวชนของพวกเขาเอง

ถึงแม้จะมีบางคนที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของ “เปแอสเช” ได้ อย่างเช่น เพรสแนล คิมเพมเบ้ แต่ดาวรุ่งหลายคนจำเป็นต้องย้ายไปอยู่กับทีมอื่นเพื่อหาโอกาสลงสนาม แถมบางครั้ง ปารีสฯ ยังเลือกที่จะไปซคว้าตัวดาวรุ่งของทีมอื่นมาใช้งานมากกว่าด้วย อย่างในกรณีของ เอ็มบัปเป้ เป็นต้น

5. สามารถให้ความสำคัญกับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เต็มที่
นับตั้งแต่ที่กลุ่มทุนจากกาตาร์เข้ามาเทคโอเวอร์ทีม “เปแอสเช” ก็เป็นตัวเต็งที่จะได้แชมป์ ลีก เอิง ทุกฤดูกาล มันอาจจะมีอยู่บ้างที่พวกเขาชวดแชมป์ลีก อย่างเช่นในฤดูกาลก่อน แต่พวกเขาก็ไม่หลุดไปจากการเป็นอันดับ 2 อยู่ดี ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเขาการันตีการได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มแล้ว

นั่นทำให้ มูรินโญ่ สามารถเบาใจได้ว่าไม่ต้องไปลุ้นทำอันดับเพื่อให้ทีมได้โควตาลุยศึกชิงถ้วย “บิ๊กเอียร์” และสามารถให้ความสำคัญกับการทำทีมสู้ศึกระดับทวีปยุโรปได้ โอเคว่าการไปทำงานในฝรั่งเศสมันอาจจะทำให้เขาเบื่อจากการที่ไม่เจอคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ แต่ถ้าเขาได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ปารีสฯ ภายในระยะเวลา 2 ปีแล้วล่ะก็ เขาก็อาจได้เป็นตำนานของทีมจนถึงขั้นมีรูปปั้นตั้งข้างหอไอเฟลได้เลย